FUT VS FUE (Hair Transplant)
07 ก.พ. 2560 10:06 น.
FUT VS FUE (Hair Transplant)

ในปัจจุบันการปลูกผมที่เห็นผลได้จริง และได้มาตรฐาน มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ

1. การปลูกผมเทคนิค FUT (Strip) เป็นวิธีการผ่าตัดปลูกถ่ายรากผมที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก เป็นการผ่าตัดเล็ก ที่มีหลักการในการใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วยในการหั่นเส้นผมที่ได้จากบริเวณท้ายทอย หรือด้านข้างของหนังศีรษะ ซึ่งเป็นบริเวณที่เซลล์รากผมแข็งแรง ไม่มีการหลุดร่วงของเส้นผมในบริเวณนี้ และมีอายุขัยที่ยืนยาว นำผมที่มาได้มาปลูกใหม่ในบริเวณที่เกิดปัญหา สำหรับวิธีนี้จะเหมาะมากสำหรับผู้ที่ผมบางที่เกิดจากกรรมพันธุ์ วิธีนี้เป็นวิธีที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน 



Review ปลูกผมเทคนิค FUT 



2. การปลูกผมเทคนิค FUE เป็นวิธีการย้ายเซลล์รากผมไปปลูกบริเวณที่ต้องการ โดยใช้หัวเจาะเล็กมากมีขนาดประมาณ 0.8 – 1.0 มิลลิเมตร เพื่อเจาะเอารากผมบริเวณท้ายทอยขึ้นมาด้วยความละเอียดประณีตสูง ไร้แผลเย็บ และสามารถนำเส้นขนจากบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย เช่น หนวด เครา ขนหน้าอก โดยวิธีนี้จะมีรอยแผลที่ปรากฏมีขนาดเท่ารูขุมขน มีความเลือนลางแทบมองไม่เห็นแผล  



Review ปลูกผมเทคนิค FUE


เปรียบเทียบการปลูกผมแบบ FUT กับการปลูกผมแบบ FUE

เทคนิค

FUT (Strip)

FUE (Follicular Unit Extraction)

จำนวนกราฟต่อการปลูกในแต่ละครั้ง

สามารถทำได้มากกว่า 2,000 กราฟ

ไม่ควรทำเกิน 2,000 กราฟ

คุณภาพของกราฟ

เนื่องจากใช้วิธี Open technique ทำให้สามารถถนอมรากผมให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด

ดีปานกลาง เนื่องจากเป็น Bling technique ที่ต้องใช้การคาดคะเนตำแหน่งของรากผมที่อยู่ใต้ผิวหนัง

อัตราที่รากผมเกิดความเสียหายระหว่างการผ่าตัด (Transection rate)

1 – 2 %

3 – 6 %

แผลเป็น

ลักษณะแผลเป็นจะเป็นเส้นตรงบางๆ โดยจะมีเส้นผมงอกออกมาปกปิดแผลด้วย Trichophytic technique

ลักษณะแผลจะเป็นจุดเล็กๆ กระจายรอยท้ายทอย

ระยะเวลาในการทำ

3-9 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟ

ใช้เวลานานกว่าวิธี FUT

ข้อบ่งชี้ในการทำ

สามารถทำได้เกือบทุกกรณีของคนที่มีปัญหาผมล้าน ผมบาง

เหมาะกับผู้ที่ต้องการปลูกผมจำนวนไม่มาก และต้องการไว้ผมสั้นมากหลังทำเสร็จ

Related