คืนความหล่อ ให้คุณพ่อด้วยการปลูกผม !
14 พ.ย. 2562 11:53 น.
คืนความหล่อ ให้คุณพ่อด้วยการปลูกผม !

คืนความหนุ่ม กระชากความหล่อ ให้คุณพ่อกลับมาดูดีเหมือนวัยหนุ่ม

ไม่คิดว่าการเป็นคุณพ่อเต็มตัวจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้หลายอย่าง หรืออาจจะเป็นเพราะอายุที่ปาเข้าเลข 4 แล้วด้วย คุณพ่อลูกหนึ่ง “จิม เจจินตัย อันติมานนท์” ที่มีลูกสาวสุดน่ารัก “น้องพลอยเจ พลอยเจดาริน แวนดิว” ก็เริ่มพบการเปลี่ยนแปลงหนึ่งอย่างที่คิดว่าต้องปล่อยไว้ต่อไปก็น่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เริ่มจะแก้ยาก นั่นก็คือ ปัญหาของเส้นผม ผมบางกลางศีรษะ ผมบริเวณด้านหน้าทั้งสองข้างเริ่มลึกเข้าไป




จุดเริ่มต้นปัญหาผมบาง
!
  
เริ่มต้นเลยในสมัยวัยรุ่นคุณเจจินตัยก็ไม่ได้มีปัญหาด้านนี้ ไม่เคยรู้สึกด้วยในอนาคตจะเกิดปัญหาผมบาง แต่แล้วมันก็เกิดขึ้น! ซึ่งคุณเจจินตัยบอกว่าที่มาเห็นชัดจริงๆ ว่าผมบางก็คือ ช่วงหลังบวชเพราะเส้นผมจากที่ต้องกลับมาขึ้นทั่วศีรษะ ก็มีแค่บางส่วนที่ขึ้นแต่ขึ้นน้อย ขึ้นมาบางๆ เส้นผมไม่หนาเหมือนแต่ก่อน ในตอนแรกคุณเจจินตัยก็คิดว่า หรืออาจจะต้องรอให้ผมยาวกว่านี้ เดี๋ยวก็จะหนาเอง แต่ปรากฏว่าพอนานไปเส้นผมก็ยาวขึ้นเรื่อยๆ แต่บางบริเวณกลับบางอย่างเห็นได้ชัด




2 จุดเป็นเหตุให้เริ่มกังวล
   
เพราะยิ่งนานวันไปเส้นผมหลังจากการบวชก็ขึ้นช้าหรือบางบริเวณก็ไม่ขึ้นเลย ซึ่งคุณเจจินตัยให้ข้อมูลกับทางเราว่า “ผ่านระยะเวลาหลังบวชมาสักพักแล้ว แต่เส้นผมมันก็ไม่ขึ้นมาเลย จนผมเริ่มบางเป็นไข่ดาวตรงกลางศีรษะ ไหนจะผมตรงศีรษะหน้าบริเวณด้านข้างสองข้างก็เริ่มเถิกขึ้นไปอีก ที่นี่เราก็เริ่มกังวลใจแล้วว่า หนังศีรษะน่าจะเริ่มมีปัญหาแล้ว”

ไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องงาน แต่ก็อยากใช้ชีวิตได้สบายๆ
   
คุณเจจินตัยบอกกับทางเราว่าเรื่องผมที่บางก็ไม่ได้เป็นปัญหาในเรื่องงาน เพราะในการทำงานก็สามารถเซตผมหลอกให้ดูว่าผมหนาได้ แต่ที่เป็นปัญหาเลยคือในชีวิตประจำวันมากกว่า คุณเจจินตัยบอกว่า “คือเราอยากใช้ชีวิตประจำวันที่สะดวกสบายมากกว่านี้ ไม่อยากต้องมากังวลเรื่องทรงผม ไม่อยากต้องมาใส่หมวกตลอดเวลา บางทีมันก็ทำให้เสียความมั่นใจได้เหมือนกัน”

หาวิธีแก้ปัญหาแล้วแต่ไม่ได้ผล!
ก่อนหน้านี้คุณเจจินตัยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาผมบาง ผมเถิกนี้เลย ก็มีหาวิธีแก้ไขในเบื้องต้นอยู่ เช่น การใช้แชมพูสูตรผมบาง แต่ก็ไมได้เห็นผลอะไร และก็มีปรึกษาคุณหมอที่อื่น เขาก็แนะนำให้รับประทานยา แต่โดยส่วนตัวคุณเจจินตัยไม่อยากรับประทานยา จนสุดท้ายแล้วก็ไม่มีวิธีไหนทีทำให้ผมกลับมาหนาได้ จึงตัดสินใจเข้าปรึกษาแพทย์ที่ Hair Clinique


คำแนะนำของแพทย์ที่ Hair Clinique
คุณเจจินตัยตัดสินใจว่าต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ก่อนที่อายุจะทำให้ปัญหามันมากไปกว่านี้ ซึ่งแพทย์ที่นี้ให้คำแนะนำว่า “การปลูกผมจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาได้ดีกว่าวิธีอื่นๆ เพราะการปลูกผมมันคือสิ่งที่จะเห็นผล 100%” และนอกจากนั้นแพทย์ก็ยังได้ให้ดูรีวิวของคนอื่น จึงทำให้คุณเจจินตัยมั่นใจมากขึ้นว่าการปลูกผมจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้!
 
แผลเป็นแค่เส้นตรงเท่านั้น!
  
หลังจากคุณเจจินตัยตกลงกับแพทย์ได้แล้วว่าจะทำการปลูกผมนั้น แพทย์ได้แนะนำให้คุณเจจินตัยปลูกผมด้วยเทคนิค FUT เพราะพื้นที่ในการปลูกผมของคุณเจจินตัยนั้นมีปริมาณที่เยอะ ซึ่งจากการคำนวณพื้นที่ปลูกผมแล้วก็ได้จำนวน 2,500 กราฟ เป็นจำนวนที่เยอะพอสมควร โดยบริเวณที่ทำการปลูกผทจะเป็นในส่วนด้านหน้าของศีรษะและส่วนตรงกลางศีรษะที่เกิดปัญหาผมบาง การปลูกด้วยเทคนิค FUT จึงดีกว่าอีกหนึ่งเทคนิค และรอยแผลก็เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณเจจินตัยตกลงทำแบบไม่ลังเล “เพราะรอยแผลที่คุณหมอเอาของคนอื่นให้ดูเป็นเพียงแค่เส้นตรงเท่านั้น และคุณหมอก็บอกว่าหลังทำก็คือใช้ชีวิตได้ตามปกติเลย ก็เลยทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”

 

CLICK! ประเมินกราฟปลูกผมด้วยตัวเองได้ที่นี่


ปลูกผมเทคนิค
FUT (Strip)

การปลูกผมด้วยเทคนิค FUT เป็นวิธีมาตรฐานในการปลูกถ่ายรากผมที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ที่มีหลักการในการใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วยในการหั่นเส้นผมที่ได้จากบริเวณท้ายทอย หรือด้านข้างของหนังศีรษะ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเซลล์รากผมที่แข็งแรง นำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งการปลูกผมย้ายเซลล์เทคนิค FUT (Strip) นี้ ไม่ต้องใช้ยาสลบ แต่จะใช้เพียงการฉีดยาชาไปยังบริเวณที่ทำการปลูกย้ายเซลล์รากผมเท่านั้น โดยระยะเวลาในการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับจำนวนรากผมที่ใช้ปลูกของแต่ละบุคคล ผลลัพธ์ของการผ่าตัดปลูกย้ายเซลล์รากผมเทคนิคนี้เป็นวิธีที่เห็นผลได้อย่างต่อเนื่อง และมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากทุกขั้นตอนจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงเฉพาะทางด้านการปลูกผมโดยตรง (American Board Certified)


หลักการปลูกผมเทคนิค
FUT แบบละเอียด
1. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการออกแบบ วาดแนวผมที่จะทำการปลูกใหม่ และประเมินจำนวนกราฟที่จะต้องการปลูก
2. พิจารณาเส้นผมและคัดเลือกรากผมที่แข็งแรงบริเวณด้านหลังศีรษะ โกนผมบริเวณนั้นออกเพื่อสะดวกต่อการย้ายรากผม จากนั้นแพทย์จะฉีดยาชาในบริเวณดังกล่าว
3. หลังยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะเริ่มย้ายเซลล์รากผมโดยใช้ Open Technique พร้อมด้วยการเย็บปิดแผลด้วยวิธี Trichophytic closure ซึ่งจะทำให้มีเส้นผมงอกออกมาจากแผล ทำให้ดูไม่ออกว่ามีแผลบริเวณนั้น
4. นำรากผมไปเก็บรักษาในน้ำเลี้ยงเซลล์ เพื่อรักษารากผมให้คงความสมบูรณ์ก่อนนำไปปลูก
5. รากผมชิ้นยาวที่ถูกตัดออกมา จะถูกนำมาทำให้เป็นชิ้นบาง ๆ และนำไปแบ่งเป็นแต่ละเซลล์รากผม โดยใช้กล้องจุลทรรศน์
6. แพทย์จะทำการฉีดยาชาไปยังบริเวณที่จะปลูก จากนั้นจะฉีดยาห้ามเลือดที่ผสมในน้ำเกลือ เพื่อให้หนังศีรษะโป่งและพองตัวขึ้น จากนั้นแพทย์จะทำการเจาะรู ไว้สำหรับวางเซลล์รากผม
7. แพทย์นำเซลล์รากผมที่ได้ในตอนแรกมาปลูกในบริเวณที่เจาะรูไว้ หรือบริเวณที่จะทำการปลูก
8. หลักจากทำปลูกผมเสร็จ แพทย์จะแนะนำให้สวมผ้าคาดหน้าผากไว้ 1-4 วัน เพื่อป้องกันการบวมของใบหน้า และควรพักฟื้นหลังทำประมาณ 2-3 วัน


ไม่เจ็บและไม่มีอะไรน่ากลัว
  
เมื่อมาถึงวันจริงวันที่ต้องปลูกผม เราได้มีการพูดคุยกับคุณเจจินตัยก่อนเข้าห้องผ่าตัด “ตื่นเต้นมาก แบบตื่นเต้นจริงๆ แต่ก็ได้คำแนะนำจากคุณหมอจากพยาบาลก็โอเคขึ้น”

หลังจากนั้นคุณเจจินตัยก็เข้าห้องไปปลูกผมตอนบ่าย 2 และออกจากห้องมาตอน 4 ทุ่ม ช่วงเวลาที่ยาวนาน 10 ชั่วโมง ประแยคแรกที่คุณเจจินตัยพูดกับเราคือ “ไม่เจ็บและไม่มีอะไรน่ากลัวเลย” และก็ยังได้พูดด้วยความสบายใจแล้วว่า “ตอนแรกทั้งเกร็งทั้งกลัว แต่คือหลังทำเสร็จแล้วคือไม่ได้เจ็บอะไรเลย ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้ในตอนแรกเลย ตอนนี้โล่งมาก หลังจากนี้คุณหมอก็แนะนำให้งดออกกำลังกายประมาณ 4 วัน และก็สามารถสระผมได้แต่สระเบาๆ ด้วยแชมพูอ่อนๆ ใน 2 วันแรก ซึ่งหลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตได้ปกติเลย”



การปฏิบัติตัว “หลังการปลูกผม”
1. งดเครื่องที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดเป็นเวลา 2 วัน เพื่อป้องกันเลือดออก และการบวมที่ศีรษะ
2. งดออกกำลังกายประมาณ 3-4 วัน งดว่ายน้ำ 2 สัปดาห์ และงดกีฬาที่มีการกระทบกระแทก เช่น ฟุตบอล อย่างน้อย 1 เดือน
3. งดตากแดดเป็นระยะเวลานานๆ ควรอยู่ในที่มีอากาศเย็นประมาณ 1 สัปดาห์
4. สวมหมวกได้ แต่อย่าสวมแน่นเกินไป
5. อาบน้ำและล้างหน้าได้ตามปกติ
6. สระผมได้ด้วยแชมพูอ่อนๆ
7. แนะนำให้พัก 2-3 วัน เพื่อดูแลแผลหลังปลูกผม



ฟื้นตัวไว ได้ผลดี

 
หลังจากคุณเจจินตัยปลูกผมไปครบ 1 ปีแล้วก็ขอดึงตัวมาสัมภาษณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกันหน่อยดีกว่า ซึ่งปัจจุบันคุณเจจินตัยก็แฮบปี้กับเส้นผมที่ได้ปลูกไป เพราะเส้นผมก็ขึ้นแบบเห็นได้ชัด เห็นผล ได้อย่างชัดเจนเลยว่าเส้นผมบริเวณที่บางไปก็กลับมามีเส้นผมมาเติมเต็ม เราก็ขอถามไปถึงหลังจากปลูกผมในช่วง 1 เดือนแรกว่าเป็นอย่างไรบ้าง “ช่วงเดือนแรกคือปกติมากเลย แผลเป็นด้านหลังก็หายเร็ว ไม่กังวลเลย อาจเพราะมีผมด้านหลังช่วงปิดด้วยก็เลยชิลมาก”






ปลูกผมไม่ได้น่ากลัว แนะนำว่ามาปรึกษาแพทย์ก่อน
  
ในปัจจุบันปัญหาเรื่องผมบาง ศีรษะล้านก็ดูเหมือนว่าจะมีคนเริ่มเป็นมากขึ้น และในช่วงวัยที่เกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ ซึ่งอาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อม สารเคมี รวมไปถึงกรรมพันธุ์ด้วย แต่ด้วยปัจจุบันนี้เรามีการเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ และคุณเจจินตัยก็ได้รับการแก้ไขแล้วและก็ได้ผลดี ก็อยากจะบอกกับคนที่มีปัญหาแบบนี้เหมือนกันว่า “ตอนแรกแล้วผมก็กังวลใจและมีความกลัวพอสมควรเลย แต่หลังจากที่ได้รับการปลูกผมไปแล้ว คือตอนนี้ครบ 1 ปีแล้ว มันดีมากๆ เส้นผมที่บางและเถิกขึ้นไป ก็กลับมามีเส้นผมที่แข็งแรงเหมือนเดิม คือมันไม่ได้น่ากลัวเลย หรือถ้าหวั่นใจจริงๆ ก็อยากให้เข้ามาปรึกษาคุณหมอดูก่อนก็ได้ครับ บอกตรงนี้เลยว่าคุณหมอที่ Hair Clinique มีฝีมือมากๆ ดูผลงานจากเส้นผมของผมก็ได้ครับ”




ขอขอบคุณ บทสัมภาษณ์จาก คุณจิม เจจินตัย อันติมานนท์
IG : jayjintai, ploy_mermaid
 
 
 
Related