ในยุคที่ภาพลักษณ์มีความสำคัญมาก ความมั่นใจคือสิ่งที่ทุกคนขาดไม่ได้ แต่สำหรับหลาย ๆ คน ปัญหาเรื่องเส้นผมกลับกลายเป็นอุปสรรคใหญ่สุด ๆ กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผมบาง หน้าผากกว้าง หัวเถิกสูง หรือ หัวล้าน ที่ทำให้ดูแก่กว่าวัยจนเสียความมั่นใจ จะเซตผมทรงไหนก็ไม่รอด หากคุณกำลังเผชิญปัญหาเหล่านี้อยู่และกำลังมองหาทางออกที่เห็นผลจริง เจ็บตัวน้อย และแลดูเป็นธรรมชาติ โปรแกรม ปลูกผม FUE (Short Hair) ที่ Hair Clinique by SLC คือคำตอบที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับการโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE แบบเจาะลึก ตั้งแต่สาเหตุของปัญหาผมบาง ขั้นตอนการปลูกผม ไปจนถึงการดูแลตัวเอง เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะคุ้มค่าและเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของคุณไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
เช็กปัญหาผมร่วงและหัวล้าน 4 ตัวการร้ายที่พรากผมหนาไปจากเรา
ก่อนจะตัดสินใจปลูกผม มาทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมผมเราถึงร่วง แล้วเจ้าปัญหาผมบางเนี่ยเกิดจากอะไร ทำไมเพื่อนบางคนผมยังหนาดกดำ แต่เราที่เพิ่งจะ 20 ปลาย ๆ ผมก็เริ่มบ๊ายบายลาโลกไปซะแล้ว รู้ก่อนก็หาทางแก้ได้ก่อน เพื่อให้เราเลือกสรรวิธีรักษาที่เหมาะสมได้ทันเวลา
ปลูกผม FUE คืออะไร? เทคนิคไร้แผลถาวรที่ดูเป็นธรรมชาติ
เมื่อปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือศีรษะล้านเข้ามารบกวนจิตใจ การมองหาทางแก้ไขที่ยั่งยืนอย่างการปลูกผมก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งในปัจจุบันมีเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูงอย่าง ปลูกผม FUE (Follicular Unit Extraction) ซึ่งเป็นวิธีที่โดดเด่นในเรื่องความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
1. พันธุกรรมและฮอร์โมน
ผมบางกลางหัว ผมบางเกิดจากอะไร? ผมบางคือเรื่องของพันธุกรรมและฮอร์โมน หากพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายมีปัญหาหัวล้านผมบาง คุณมีโอกาสสูงที่จะมีอาการแบบเดียวกัน เพราะเจ้าฮอร์โมน DHT ทำให้รากผมฝ่อส่งผลให้ผมบางลง จนหลุดร่วงในที่สุด กว่า 90% ของผู้ชายที่หัวล้าน เกิดจากเจ้าฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ตัวดี ที่เข้าไปออกฤทธิ์ทำให้รากผมฝ่อเล็กลงเรื่อย ๆ จนเส้นผมเส้นเล็กบางและหลุดร่วงไปในที่สุด ซึ่งความไวต่อฮอร์โมนตัวนี้ก็ถูกกำหนดมาแล้วด้วยพันธุกรรมจากรุ่นพ่อนั่นเอง
สำหรับสาว ๆ เองก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไป! เพราะผู้หญิงเราก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะภาวะผมบางจากพันธุกรรม (Female Pattern Hair Loss) ที่มักจะมาเยือนเมื่อฮอร์โมนในร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง เช่น ภาวะหลังคลอดบุตร หรือ วัยทอง (Menopause) ที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดต่ำลง ทำให้ผมร่วงง่ายขึ้น ลักษณะผมจะค่อย ๆ บางลงบริเวณกลางศีรษะ หรือรอยแสกกว้างขึ้นจนเห็นหนังศีรษะชัดเจน ทำเอาเสียความมั่นใจไม่แพ้ผู้ชายเลยแหละ
2. โรคประจำตัวและยา
โรคบางชนิด เช่น โรคไทรอยด์ ที่ทำให้ฮอร์โมนผิดปกติ, โรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE), การติดเชื้อราบนหนังศีรษะ หรือผลข้างเคียงจากการทานยาบางชนิด ที่ทำให้รากผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น หรือการใช้ยาบางประเภท เช่น ยาเคมีบำบัด ยาลดไขมัน ยาลดความดันโลหิต ล้วนส่งผลให้ผมร่วงได้
3. ขาดสารอาหาร
ใครที่กำลังลดน้ำหนักแบบหักโหม อดอาหารจนพังไปทั้งร่าง ต้องระวัง! เพราะรากผมก็ต้องการอาหารเหมือนกัน เช่น โปรตีน, ธาตุเหล็ก, สังกะสี (Zinc), และวิตามิน B12 คือสารอาหารหลักที่ผมต้องการ ถ้าขาดไปรากผมจะอ่อนแอ เปราะบาง และผมร่วงกราวแบบฉุดไม่อยู่
4. ความเครียดสะสม
อย่าปล่อยให้ความเครียดครอบงำ! เมื่อเราเครียดหนัก ๆ หรือเจอเหตุการณ์ช็อกทางอารมณ์ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่าง “คอร์ติซอล” (Cortisol) ออกมา ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้จะไปกระตุ้นวงจรผมร่วงให้ทำงานเร็วขึ้นกว่าปกติ ทำให้ผมร่วงเป็นกระจุกจนน่าตกใจ (Telogen Effluvium) เลยทีเดียว
เจาะลึก! โปรแกรมปลูกผม FUE (Short Hair) คืออะไร ?
โปรแกรมปลูกผม FUE ย่อมาจาก Follicular Unit Extraction คือเทคนิคการย้ายรากผมแบบ “ไร้แผลเย็บ” (Sutureless) ซึ่งถือเป็นเทคนิคที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
อธิบายง่าย ๆ คือ คุณหมอจะใช้อุปกรณ์เจาะขนาดจิ๋วเว่อร์ (Micro Punch) ที่มีขนาดเพียง 0.6 – 1.0 มิลลิเมตร เจาะลงไปเพื่อดึงเอารากผม (Graft) จากบริเวณด้านหลังศีรษะหรือท้ายทอยออกมาทีละกออย่างประณีตสุด ๆ แล้วจึงนำกราฟผมที่ได้ไปปลูกในบริเวณที่ต้องเสริมความหนาแน่น
สำหรับคำว่า “Short Hair” หมายความว่าอย่างไร ในกระบวนการ ปลูกผม FUE แบบมาตรฐาน จำเป็นต้องมีการโกนผมบริเวณท้ายทอยให้สั้นลง เพื่อให้คุณหมอมองเห็นทิศทางของรากผมและเจาะเก็บกราฟผมได้อย่างแม่นยำที่สุด เพื่อลดอัตราการสูญเสียรากผม (Transection Rate) ให้ต่ำที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้คือรากผมที่สมบูรณ์แข็งแรง พร้อมนำไปปลูกใหม่ให้ขึ้นดกดำแบบธรรมชาติ ใครที่ชอบความดูดีเนียนนี การยอมโกนผมสั้นในระยะเวลาหนึ่งเพื่อแลกกับผลลัพธ์ระยะยาวก็ถือว่าคุ้มค่าไม่แพ้กัน!

ทำไมถึงเลือกใช้ผมจากท้ายทอยมาปลูกผม ?
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมต้องเอารากผมจากท้ายทอยมาปลูกผมด้วย การที่ต้องใช้กราฟผมจากท้ายทอยนั้นเป็นเพราะว่าบริเวณนี้มีรากผมที่แข็งแรง และไม่ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวร้ายที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วงและหัวล้าน
เมื่อนำรากผมจากท้ายทอยไปปลูกที่หน้าผาก กลางศีรษะ หรือจุดที่เคยหัวล้าน ผมเหล่านี้จะงอกขึ้นมาแข็งแรง ยืนยาว และหลุดร่วงน้อยลง เพราะพันธุกรรมของรากผมยังคงเหมือนเดิม นี่คือเหตุผลที่การปลูกผมให้ผลลัพธ์แบบยาวนานได้ดีพอสมควร
เปิดวาร์ป! ขั้นตอนโปรแกรมปลูกผม FUE ที่ Hair Clinique by SLC
ขั้นตอนปลูกผมขั้นที่ 1 การปรึกษาออกแบบแนวผมและวางแผนการรักษา
แพทย์จะพูดคุยกับคุณถึงความต้องการ ปัญหาผม พร้อมวิเคราะห์รูปหน้าและทรงผมที่เหมาะสม จากนั้นจึงวาดแนวผมที่ต้องการปลูก คำนวณจำนวนกราฟผม (Graft) หรือกอรากผมที่ต้องใช้ในการปลูกผมให้ได้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติและสวยงามเหมาะกับคนไข้
ขั้นตอนปลูกผมขั้นที่ 2 การเตรียมบริเวณที่จะดึงรากผม
หลังได้จำนวนกราฟที่ต้องการปลูกแล้ว แพทย์จะตัดผมบริเวณท้ายทอยให้สั้นประมาณ 1-2 มิลลิเมตร เพื่อให้มองเห็นรากผมที่ชัดเจน จากนั้นฉีดยาชาเฉพาะที่ให้ทั่วบริเวณที่จะเจาะกราฟผม

ขั้นตอนปลูกผมขั้นที่ 3 เจาะดึงรากผมออกมาเตรียมการปลูกผม
เมื่อยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะใช้เครื่องมือเฉพาะทางขนาดเล็กมาก (ประมาณ 0.6-1.0 มิลลิเมตร) เจาะผ่านผิวหนังตามแนวขนานกับทิศทางการเติบโตของรากผม จากนั้นดึงรากผมออกมาทีละกอ ขั้นตอนนี้ใช้ความละเอียดและความชำนาญสูง จำเป็นต้องอาศัยฝีมือของแพทย์อย่างมาก เพื่อไม่ให้รากผมเสียหายระหว่างการดึงออกมา
ขั้นตอนปลูกผมขั้นที่ 4 เก็บรักษารากผมในสภาพสมบูรณ์
รากผมที่ดึงออกมาจะถูกนำไปเก็บในน้ำเลี้ยงเซลล์พิเศษ (Special Solution) เพื่อรักษาคุณภาพและความสดของรากผมไว้ จนกว่าจะนำไปปลูกผม
ขั้นตอนปลูกผมขั้นที่ 5 เจาะและปลูกรากผมลงไป
แพทย์จะฉีดยาชาและยาห้ามเลือดผสมน้ำเกลือในบริเวณที่จะปลูกผม เพื่อให้หนังศีรษะพองตัว ง่ายต่อการใส่รากผมเข้าไป จากนั้นเจาะรูเล็ก ๆ ตามแนวที่ออกแบบไว้ แล้วนำรากผมใส่ลงในรูทีละกอ โดยคำนึงถึงทิศทาง มุม และความหนาแน่น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
สัดส่วนชัดความหล่อสวยที่สร้างได้! ดีไซน์แนวผมด้วยหลัก Golden Ratio
เคยสังเกตไหมทำไมบางคนไปปลูกผมมาแต่ดูยังไงก็โป๊ะแถมดูเหมือนใส่วิกผมอยู่ตลอด หน้าดูแข็งแบบแปลกตาไม่เป็นธรรมชาติ นั่นเป็นเพราะคุณแค่เติมผมแต่ไม่ได้ดีไซน์กรอบหน้าให้รับกับสัดส่วนใบหน้าของคุณจริง ๆ
สำหรับที่ Hair Clinique by SLC เรายึดถือคติที่ว่าแนวผมคือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนโครงหน้าให้ดูดีระดับพรีเมียม ทีมแพทย์ของเราจึงนำหลักการ Golden Ratio (สัดส่วนทองคำ) มาใช้ในการออกแบบแนวไรผมใหม่ (Hairline Design) ให้กับคนไข้แต่ละคนโดยเฉพาะ
Golden Ratio สูตรลับระดับสากล
ลืมการกะเกณฑ์ด้วยสายตาแบบเดิม ๆ ไปได้เลย เพราะศาสตร์ Golden Ratio คือศาสตร์แห่งตัวเลขที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าลงตัวที่สุด ทีมแพทย์จะคำนวณระยะห่างระหว่างอวัยวะต่าง ๆ บนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นระยะห่างจากคิ้ว ถึงจมูก และคาง เพื่อหาจุด Balance ที่ดีที่สุดในการวางแนวไรผม ไม่ให้สูงเกินไปจนดูเถิก หรือต่ำเกินไปจนหน้าดูสั้นผิดสัดส่วน ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูสมบูรณ์แบบในทุกมิตินั่นเอง
ช้าก่อน! เช็กข้อจำกัดของการปลูกผม FUE ที่ซิสต้องรู้
แม้ว่าโปรแกรมปลูกผม FUE จะเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้เราดูดีขึ้นได้จริง แต่ก็มีข้อจำกัดทางกายภาพที่ให้ไม่ได้เหมือนกันนะ
- กราฟผมมีจำกัด (Limited Resources) จำไว้เสมอว่าการปลูกผมคือการย้ายไม่ใช่การเพิ่มจำนวนเรามีจำนวนกราฟผมที่ท้ายทอยอยู่จำกัด ซึ่งแพทย์จะเจาะออกมาได้แค่จำนวนหนึ่งเท่านั้น (ส่วนใหญ่ไม่เกิน 2,500 – 3,000 กราฟต่อครั้ง) เพื่อไม่ให้ผมด้านหลังดูบางจนเกินงาม ดังนั้นใครที่หัวล้านหนักมาก (ระดับ 6-7) อาจจะปลูกปิดได้ไม่ทั่วทั้งศีรษะ
- เส้นผมท้ายทอยบางลง สืบเนื่องจากการเจาะกราฟผมออกไปเพื่อปลูกผม เมื่อเราย้ายรากผมออกมาแล้ว รากตรงจุดเดิมที่ท้ายทอยจะไม่งอกใหม่ แล้ว ทำให้ความหนาแน่นของผมด้านหลังลดลง แต่ไม่ต้องห่วง! แพทย์ที่เก่ง ๆ จะมีเทคนิคการเจาะกระจาย (Random Pattern) ทำให้ดูด้วยตาเปล่าแทบไม่รู้เลยว่าผมหายไป
- งานละเอียด ต้องใช้เวลานาน (Time Consuming) โปรแกรมปลูกผม FUE คืองานฝีมือขั้นสุด แพทย์ต้องนั่งเจาะและปักทีละกราฟ เป็นพัน ๆ ครั้ง ทำให้การผ่าตัดกินเวลาค่อนข้างนาน (เฉลี่ย 6-8 ชั่วโมง หรืออาจจะทั้งวัน) ใครจะทำต้องเผื่อเวลาไว้เลย 1 วันเต็ม ๆ สำหรับภารกิจกู้ผมบาง

ปลูกผมด้วยเทคนิค FUE ยังนิยมอยู่ไหม?
โปรแกรมปลูกผม FUE (Follicular Unit Extraction) ยังคงเป็นเทคนิคที่ใช้บ่อยที่สุดทั่วโลก โดยครองสัดส่วนการผ่าตัดมากกว่า 70% เมื่อเทียบกับเทคนิคอื่น ๆ จนกลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานหลักของวงการปลูกผม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ รูปแบบของเทคนิค FUE ที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่แค่เทคนิค FUE แบบดั้งเดิมอีกต่อไป
ปลูกผม FUE กลายเป็นมาตรฐานตั้งต้นแทนที่วิธีดั้งเดิม
ในอดีตเราอาจจะได้ยินเทคนิค FUT (ที่ต้องตัดหนังศีรษะออกมาเป็นชิ้นยาว ๆ) แต่ปัจจุบันเทคนิค FUE ได้เข้ามาแทนที่เกือบสมบูรณ์แล้ว เพราะมีข้อดีที่คนไข้ยุคนี้ต้องการคือ
- ไร้แผลเย็บยาว ไม่ต้องตัดหนังศีรษะ แต่ใช้หัวเจาะขนาดจิ๋วเจาะรากผมออกมาทีละกราฟ ทำให้แผลมีขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็น
- พักฟื้นไม่นาน แผลหายเร็ว กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ง่ายกว่า
- ราคาจับต้องได้ เมื่อเทียบกับเทคนิคใหม่ ๆ อย่างเทคนิค DHI ราคาของเทคนิค FUE มักจะย่อมเยากว่า และให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าสำหรับการปลูกบริเวณกว้าง แต่ในส่วนของเทคนิคที่จะเลือกทำนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ร่วมด้วย ใครที่สนใจจะปลูกผมแนะนำให้เข้ารับการปรึกษากับแพทย์ก่อนตัดสินใจปลูกผม
ทำไมต้องเลือก ปลูกผม FUE (Short Hair) ?
เทคนิคนี้ถือเป็นมาตรฐานของการปลูกผมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและผลลัพธ์ที่เนียนตา
- ไร้รอยแผลเป็นแนวยาว แผลด้านหลังจะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ซึ่งจะจางลงจนแทบมองไม่เห็น ทำให้คุณสามารถตัดผมสั้น เปิดท้ายทอย หรือทำทรง Skinhead ได้อย่างมั่นใจในอนาคต
- เจ็บน้อย พักฟื้นจบไว แผลขนาดเล็กทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำน้อยมาก อาการปวดระบมจึงน้อยกว่าวิธีอื่น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว
- ออกแบบได้ดั่งใจ สามารถนำกราฟผมไปปลูกเพื่อปรับกรอบหน้า ปิดรอยเถิก หรือเพิ่มความหนาบริเวณกลางศีรษะได้อย่างแม่นยำ
- ผมใหม่หนาแน่น เส้นผมที่ปลูกใหม่คือผมจริงของคุณเองที่ย้ายมาจากโซนแข็งแรง จึงสามารถงอกยาว สระ ตัด ดัด ย้อม ได้เหมือนผมธรรมชาติ และอยู่กับคุณไปตลอด
การเตรียมตัวก่อนปลูกผม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีต่อใจ
- งดยาและวิตามิน งดยากลุ่มแอสไพริน ยาละลายลิ่มเลือด วิตามิน E น้ำมันปลา อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อลดอาการเลือดออก
- งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพราะมีผลต่อการไหลเวียนเลือดและการสมานแผล
- พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้เต็มอิ่มในคืนก่อนทำหัตถการ
- สวมเสื้อเชิ้ต หรือเสื้อที่ถอดเปลี่ยนสะดวก ในวันผ่าตัดแนะนำให้ใส่เสื้อที่มีกระดุมหน้า เพื่อความสะดวกในการถอดเปลี่ยนโดยไม่กระทบกระเทือนกราฟผม
ดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมปลูกผม FUE อย่างไรให้ผมขึ้นดกดำ ?
การดูแลหลังทำโปรแกรมปลูกผม FUE เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะกำหนดว่ากราฟผมจะติดดีหรือไม่
- ระวังการสัมผัส ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ห้ามแกะ เกา หรือถูบริเวณที่ปลูกผมเด็ดขาด
- การนอน ในช่วง 1-3 คืนแรกควรนอนหนุนหมอนสูง เพื่อลดอาการบวม
- การสระผม ใช้วิธีการสระแบบลูบเบาๆ (แพทย์จะสอนวิธีที่ถูกต้อง) และใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน
- งดกิจกรรมหนัก เลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ว่ายน้ำ ซาวน่า หรือตากแดดจัด อย่างน้อย 1 เดือน
- ทำความเข้าใจ Shock Loss ช่วง 1-3 เดือนแรก ผมที่ปลูกจะร่วงไปก่อน ซึ่งเป็นวงจรปกติ รากผมยังฝังอยู่ใต้ผิวหนัง โดยทั่วไปผมที่ปลูกจะเริ่มงอกชัดขึ้นตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป และจะเห็นผลเต็มที่ราวเดือนที่ 9-12 ขึ้นอยู่กับแต่ละคน
ทำไมต้องเลือกปลูกผมที่ Hair Clinique by SLC
เรื่องเส้นผมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ การเลือกคลินิกจึงสำคัญมาก ที่ Hair Clinique by SLC เรามีความพร้อมที่เหนือกว่า
- แพทย์ผู้มีประสบการณ์ ดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการปลูกผม วิเคราะห์ปัญหาได้ตรงจุด
- เทคโนโลยีทันสมัย เลือกใช้เครื่องมือและอุปกรณ์มาตรฐานระดับสากล สะอาด ปลอดเชื้อ มั่นใจในมาตรฐานการดูแล
- ห้องผ่าตัดมาตรฐานโรงพยาบาล สถานที่ทำหัตถการสะอาด ได้มาตรฐานเทียบเท่าโรงพยาบาล
- การติดตามผล (Follow-up) เราดูแลอย่างต่อเนื่องหลังการปลูกผม มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา ดูแลการสระผม ถูสะเก็ด และติดตามผลการปลูกผมจนกว่าผมจะขึ้นเต็มที่สวยงาม
สรุป!! อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองวันนี้ โปรแกรมปลูกผม FUE ช่วยเสริมความมั่นใจได้ในระยะยาว
ปัญหาหัวล้าน หรือ ผมบาง อาจบั่นทอนความมั่นใจของคุณในทุก ๆ วัน แต่ด้วยเทคโนโลยีโปรแกรม ปลูกผม FUE (Short Hair) ช่วยให้คุณสามารถเรียกคืนเส้นผมที่หนาแน่นและบุคลิกภาพที่ดีกลับมาได้อีกครั้ง ไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลเป็น ไม่ต้องพักฟื้นนาน เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อตัวเองในระยะยาว
หากคุณพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยากให้แพทย์ช่วยประเมินกรอบหน้าและจำนวนกราฟผมเพื่อปลูกผม อย่ารอช้า! แวะเข้ามาปรึกษาแพทย์ของเราได้ที่ Hair Clinique by SLC เราพร้อมดูแลและออกแบบแนวไรผมใหม่ให้คุณได้หล่อสวยดูดีในแบบที่คุณเป็น คืนความหนุ่มสาว สร้างความมั่นใจ ให้ผมของคุณกลับมาหนานุ่มอีกครั้ง!!

ปลูกผม FUE มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
แม้การ ปลูกผม FUE จะปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อย แต่ก็อาจมีอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้
- อาการบวมและรอยแดง : บริเวณที่ปลูกผมอาจมีอาการบวมและรอยแดงเล็กน้อย ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์
- อาการคันและสะเก็ดแผล : อาจมีอาการคันและมีสะเก็ดแผลเล็ก ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัว แต่ไม่ควรเกาหรือแกะ
- ผมร่วงชั่วคราว (Shock Loss) : ในช่วง 2-3 เดือนแรก ผมที่ปลูกใหม่อาจหลุดร่วงชั่วคราว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ผมใหม่จะเริ่มงอกกลับขึ้นมาแทนที่
ปลูกผม FUE ต่างจาก FUT และ DHI อย่างไร
ปลูกผม FUE แตกต่างจาก FUT ตรงที่ FUE ไม่ต้องผ่าตัดเป็นแผลยาว แต่ใช้วิธีเจาะดึงทีละกราฟต์ ทำให้ไม่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ ส่วน DHI นั้นถือเป็นเทคนิคที่พัฒนามาจาก FUE โดยใช้ปากกาปลูกผมในการเจาะและปลูกในขั้นตอนเดียว ทำให้สามารถควบคุมทิศทางได้แม่นยำกว่า แต่โดยรวมแล้วทั้ง FUE และ DHI ต่างก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการปลูกผม
ปลูกผม FUE ราคาเท่าไหร่?
ราคาของการ ปลูกผม FUE จะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะพิจารณาจากจำนวนกราฟต์ที่ต้องใช้และระดับความยากง่ายของการทำหัตถการ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ปลูกผม FUE ราคา จะคำนวณเป็นกราฟต์ การประเมินราคาที่แม่นยำที่สุดคือการเข้าปรึกษาแพทย์ผู้มีความสามารถโดยตรง ซึ่งแพทย์จะวิเคราะห์ปัญหาและออกแบบการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ทำให้การลงทุนมีความคุ้มค่าและได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจที่สุด
ปลูกผม FUE คุ้มค่าหรือไม่?
แม้ว่าการปลูกผม FUE ราคาจะสูงกว่าวิธีปลูกผมแบบดั้งเดิม แต่ถือว่าคุ้มค่าในระยะยาว เพราะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่มีรอยแผลเป็น และไม่ต้องกังวลเรื่องทรงผมในอนาคต สามารถไว้ผมสั้นหรือโกนศีรษะได้โดยไม่เห็นรอยแผล นอกจากนี้ เส้นผมที่ปลูกจะเป็นผมของตัวเองที่ย้ายมาจากท้ายทอย จึงเป็นผมที่แข็งแรงและเข้ากับผมเดิมได้อย่างกลมกลืน
รีวิวปลูกผม FUE






